เบื้องหลังหวยรัฐบาลเวียดนาม กับการใช้ภาษีทางเลือกพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
Wiki Article
เมื่อพูดถึงนโยบายสาธารณะของเวียดนาม
ท่ามกลางการปกครองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและระเบียบวินัยเหล็กกล้า หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดการเสี่ยงโชคถึงกลายเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ สิ่งที่ดูขัดแย้งนี้แท้จริงแล้วคือยุทธศาสตร์ที่ผ่านการคำนวณมาอย่างรอบคอบ เพื่อผลประโยชน์ทางสังคมและความมั่นคงของรัฐบาลเอง
การระดมทุนเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ปัจจัยหลักที่ทำให้รัฐบาลเวียดนามผลักดันหวยรัฐบาลคือเรื่องของ รายได้ ในทางเศรษฐศาสตร์ หวยถูกมองว่าเป็น "ภาษีทางเลือก" ที่ประชาชนยินดีจ่าย โดยที่รัฐไม่ต้องบังคับ เงินรายได้ จากการจำหน่ายสลากจะถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อใช้ในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดังนี้:
- การปรับปรุงโรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ชนบท
- การยกระดับระบบสาธารณสุขและศูนย์การแพทย์
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำประปา
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังใช้คำขวัญ "Ích nước lợi nhà" (เป็นประโยชน์ต่อชาติและครอบครัว) เพื่อเปลี่ยนมุมมองของประชาชนจากการพนันให้กลายเป็นการร่วมสร้างชาติ ซึ่งเป็นจิตวิทยาที่ได้ผลอย่างยิ่งในสังคมเวียดนาม
สงครามปราบหวยใต้ดินด้วยวิธีเจ้ามือเบ็ดเสร็จ
ปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้คือปัญหาของหวยใต้ดินหรือ หวยเวียดนาม "Số Đề" ซึ่งเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่ฝังรากลึกและเชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพล คณะผู้บริหารประเทศตระหนักดีว่าการห้ามเด็ดขาดอาจไม่ได้ผลยั่งยืน จึงเลือกใช้วิธี "เป็นผู้เล่นรายใหญ่" โดยการออกผลิตภัณฑ์หวยที่หลากหลายและโปร่งใสมากกว่า
การมีตัวเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมายและเข้าถึงง่าย ประชาชนจะค่อยๆ ย้ายพฤติกรรมการเล่นจากตลาดมืดมาสู่ระบบของรัฐ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถควบคุมทิศทางของเงินได้ทั้งหมด และยังเป็นการลดบทบาทของมาเฟียที่คุมหวยใต้ดินไปในตัว นับเป็นการบริหารจัดการความมั่นคงในรูปแบบเศรษฐกิจการเมืองที่ชาญฉลาด
นวัตกรรมสลากสู่ยุคทันสมัย
ในปัจจุบัน เราเห็นการพัฒนาของหวยรูปแบบใหม่ๆ เช่น Vietlott ซึ่งเป็นหวยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทัดเทียมสากล การเกิดขึ้นของหวยประเภทนี้คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังวัยทำงานในเมืองที่ต้องการความโปร่งใสและรางวัลแจ็กพอตขนาดใหญ่
สรุปได้ว่า การที่เวียดนามมีหวยหลายประเภทไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอของรัฐบาล แต่คือการใช้หลักปฏิบัตินิยมที่ว่ามนุษย์ยังต้องการความหวัง และรัฐบาลที่ดีควรเป็นผู้บริหารจัดการสิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมและคนในชาติ นโยบายนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการปกครองแบบปฏิบัตินิยมที่อุดมการณ์และความจริงต้องเดินไปพร้อมกัน
Report this wiki page